.....หายไปนานครับกลับมาอีกครั้งกับ เบื้องหลังงานโทรทัศน์ตอนที่ 7 กับ กล้องโทรทัศน์ (Camera) 

 

   ภาพกล้องโทรทัศน์ที่ใช้กันอยู่ในห้อง Studio  ภาพจาก http://www.danalee.ca/ttt/cameras.htm

 

 ภาพกล้อง DV ที่ใช้ทั่วไป  ภาพจาก  http://anyexposure.com/read.php?t=at_vdo&i=1

จากรูปเห็นว่ากล้องวีดีโอกับกล้องโทรทัศน์จะต่างกันมาก ตั้งแต่เลนซ์จนถึงสัญญานภาพที่ออกมา เรามาทำความรู้จักกันดีกว่าว่ากล้องทำงานอย่างไรและวิธีใช้เขาทำกันอย่างไร

หลักการทำงานของกล้อง

 ภาพเเละรายละเอียดจาก  http://www.geocities.com/techno544/sureerat/television/TVcamrea.html

ไม่ว่าจะเป็นกล้องโทรทัศน์สีหรือขาวดำใหญ่หรือเล็กก็ตามการทำงานตั้งอยู่บน หลักการทฤษฎีพื้นฐานอันเดียวกันนั่นคือเปลี่ยนภาพที่เราเห็นด้วยตาให้เป็นสัญญาน ไฟฟ้าและสัญญาณไฟฟ้านี้จะเปลี่ยนให้เห็นเป็นภาพ ได้อีกทีหนึ่งก็โดยการทำงาน ของเครื่องรับโทรทัศน์ การทำงานนี้มีกระบวนการ คือ แสงที่สะท้อนจากวัตถุ (a) จะถูกเลนส์ (b) เก็บรวบรวมแล้วปรับความชัดส่งไปยังผิวหน้าของหลอดรับภาพ (c) หลอดรับภาพจะเปลี่ยนพลังงานแสงให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ที่เรียกว่า เป็นสัญญาณภาพ และถูกส่งไปขยายขึ้นที่เครื่องขยายภาพ (d) แล้วส่งสัญญาณที่ ขยายแล้วไปตามสาย ยังหน่วยควบคุมกล้อง CCU (Camera Control Unit) แล้ว หลังจากนั้นสัญญาณจะถูกส่ง ไปเข้าที่ Switcher เพื่อให้ผู้กำกับตัดต่อไป  นี่คือหลักการคร่าวๆการทำงานของกล้องต่อไปเรามารู้จักกันว่าส่วนประกอบกล้องมีอะไรบ้างและทำงานกันอย่างไร

เลนซ์(Lens) - มีหลายแบบดังนี้

ภาพจาก http://www.canon.com/bctv/products/hj14ex43b.html

1. เลนส์มาตราฐาน (Standerd Lens) เป็นเลนส์ที่มีคุณสมบัติใช้ถ่ายภาพทั่วไปภาพที่ได้เหมือนกับที่ตาคนมองดูทั่วไป
2. เลนส์ถ่ายไกล (Telephpto Lens) เป็นเลนส์เหมือนกล้องส่องทางไกล เป็นเลนส์ที่มีความยาวของโฟกัสยาวกว่าเลนส์ธรรมดามากทำให้มุมการถ่ายภาพแคบลง
คือ ทำหน้าที่ขยายภาพที่อยู่ไกลให้โตขึ้น เสมือนหนึ่งที่ไปตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับวัตถุที่ถ่าย สะดวกในการถ่ายภาพสิ่งที่อยู่ไกล ซึ่งขณะนั้นผู้ถ่ายไม่สามารเข้าไปตั้งกล่องในระยะใกล้ ๆ กับวัตถุนั้นได้ เช่น การถ่ายภาพสงคราม การแข่งกีฬา การถ่ายภาพสัตว์น้ำ
3. เลนส์มุมกว้าง( Wid – angle lens) เป็นเลนส์ที่มีความยาวโฟกัส สั้นกว่าเลนส์ธรรมดา จึงทำให้มุมของการถ่ายภาพได้กว้างกว่าใช้เลนส์ธรรมดาถ่ายมาก มีความชัดมากสิ่งที่อยู่ใกล้จะเห็นว่าโตและไม่ได้กับส่วนที่อยู่ไกล ใช้ถ่ายในสถานที่อันจำกัดไม่สามารถตั้งกล้องให้ห่างจากที่ถ่ายได้มาก เช่น การถ่ายภาพสิ่งก่อสร้างสูงๆ
หรือยาวมาก ๆ ซึ่งต้องการถ่ายอยู่ในภาพทั้งหมด เบื้องหลังของผู้ถ่ายมีสิ่งกีดขวางไม่สามารถถอยไปได้อีก เช่น ติดกำแพง แม่น้ำ

4. เลนส์ตาปลา ( Fish eye lens) เป็นเลนส์ที่มีลักษณะคล้ายตาปลาที่ว่ายในน้ำเป็นเลนส์ที่กินมุมในการถ่ายภาพได้กว้างกว่าเลนส์ทุกชนิด คือกว้างถึง 180 องศา เพื่อให้เกิดภาพนั้นผิดแผนกแตกต่างไปจากภาพถ่ายธรรมดา และต้องการให้ภาพสะดุดตาแก่ผู้ชมภาพ มุมของการถ่ายภาพจะกว้างกว่าธรรมดามากประมาณ 3-4 เท่า สิ่งที่ต้องระมัดระวังในการถ่ายภาพชนิดนี้ คือเท้าของผู้ถ่ายจะติดอยู่ในภาพ ถ้าผู้ถ้ายืนในรัศมีของภาพนั้น วัตถุถ่ายด้านข้างในภาพจะดูใหญ่โตน่าเกรงขาม เลนส์ชนิดนี้
จะให้ช่วงความชัดลึกมาก ไม่มีเลนส์ชนิดใดทำได้ แม้ตั้งระยะถ่ายไกลสุดก็ตาม

5. เลนส์ซูม ( Zoom lens ) เป็นเลนส์ที่มีหลายชนิดรวมอยู่ในตัวเดียวเลนส์มีราคาค่อนข้างสูงนิยมใช้มากในปัจจุบัน ทั้งในการถ่ายภาพนิ่งและถ่ายภาพยนตร์ตลอด จนกล้องโทรทัศน์ เลนส์ทำหน้าที่เสมือนเป็นเลนส์ไกลและเลนส์ธรรมดาและเลนส์มุมกล้องอยู่ในตัวเดียวสามารถเลือกใช้ระยะโฟกัสเท่าใดก็ได้ตามที่เลนส์นั้นบอกไว้ ซึ่งเลนส์ทั่วไปไม่สามารถทำได้
6.เลนส์แมคโคร ( Macro Lens) คล้ายกับเลนส์ทั่วไปแต่ไม่สามารถใช้ถ่ายภาพระยะใกล้มาก ๆ เป็นเลนส์ที่สามารถถ่ายภาพ โดยกล้องสามารถเข้าใกล้วัตถุได้เกิน
ครึ่งฟุตได้ และสามารถปรับระยะชัดได้ เลนส์แมคโครผลิตขึ้นเพื่อใช้กับกล้องงขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ปัจจุบันมักทำออกมาเป็นแบบของซูมเลนส์ 
 ข้อมูลเรื่องเลนซ์ http://regelearning.payap.ac.th/docu/ca205/lense.html

ยังไม่จบนะครับเราจะมาทำความรู้จักกันว่าเมื่อภาพผ่านเลนซ์ไปแล้ว สัญญานภาพนั้นจะไปต่อยังที่ใด ติดตามต่อกันกับ เบื้องหลังงานโทรทัศน์ตอนที่ 8 กับ กล้องโทรทัศน์ (Camera)  ...บ้ายบาย